แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภูต แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

มฤตยูน้ำหมึก



ฟุงเค่อ, คอร์เนอเลีย. มฤตยูน้ำหมึก = Inkdeath. วัชรวิชญ์, แปล. กรุงเทพฯ :
นานมีบุ๊คส์ทีน, 2551. 669 หน้า. ราคา 395 บาท.


เป็นตอนจบของวรรณกรรมไตรภาค ต่อจากหัวใจน้ำหมึก และมนตร์น้ำหมึก
เริ่มเรื่องคือมอร์ติเมอร์ เรซ่าและเม็กกี้ ได้เข้าไปอยู่ในโลกน้ำหมึก ทิ้งให้เอลินอร์ ลอเรดัน ยังคงอยู่ที่บ้านของเธอ กับดาริอุสและแซเบรุส สุนัขของออเฟอุส ทำให้เธอทุกข์โศกด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง เธอกลัวว่าบาสต้ากับยายนกมอร์โทลาจะทำร้ายพวกเขา สุดท้ายดาริอุสผู้แสนดีของเธอ ได้อ่านข้อความที
ออเฟอุสทิ้งไว้เพื่อให้ทั้งสองได้เข้ามาอยู่ในโลกน้ำหมึก ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตในโลกน้ำหมึก หลังจากเจ้าชายโคสิโมตายไป เศียรอสรพิษให้พี่เมียคือเจ้านกกระจิบปกครองโอมบร้า ซึ่งเอาแต่ขุดรีดประชาชน และให้ออเฟอุสซึ่งในตอนนี้ได้กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว อ่านสัตว์แปลก ๆ มาให้ล่า โดยบิดเบือนถ้อยคำของเฟโนกลิโอ สร้างสรรค์พวกมันขึ้นมาใหม่เพียงเพื่อจะขายให้ได้เงินมา ขณะเดียวกันฟาริดต้องคอยติดตามรับใช้ออเฟอุสไปทุกแห่งหน เพียงเพราะหวังว่าวันหนึ่งเขาจะเขียนถ้อยคำดีๆ ที่จะพานิ้วฝุ่นกลับมา

         มอร์ติเมอร์ในภาคนี้เป็นนกปีกลายโจรขวัญใจชาวบ้านเพราะได้ร่วมมือกับเจ้าชายดำคอยช่วยเหลือพวกชาวบ้านโดยการเก็บซ่อนเสบียงอาหารรวมถึงสัตว์เลี้ยงไว้ให้พ้นสายตาทหาร ส่วนเรซ่ากำลังตั้งท้องอ่อนๆทำให้เธออยากกลับบ้านเธอแต่โมไม่ยอมกลับ ทำให้เธอแอบเดินทางไปพบเฟโนกลิโอเพื่อให้เขาช่วย แต่เฟโนกลิโอไม่สนใจ เธอจึงบากหน้าไปหาออเฟอุส ออเฟอุสยินดีช่วยแต่มีข้อแม้ว่าโมต้องเรียกนางพรายขาวมาให้เขาสอบถาม เรื่องที่จะพานิ้วฝุ่นกลับมาได้อย่างไร เรซ่าไม่ตกลงด้วยเพราะนางพรายขาวจะเอาตัวโมกลับไปด้วย เมื่อฟาริดรู้เรื่องเขาไปขอร้องโมให้เรียกนางพรายขาวมา เพราะเขาต้องการนิ้วฝุ่นกลับมา จนไม่นึกถึงใครทั้งนั้น ทำให้เม็กกี้เสียใจมากที่ฟาริดรักนิ้วฝุ่นมากกว่าเธอ โมตัดสินใจช่วยออเฟอุส เพราะต้องการให้เม็กกี้ เรซ่าและลูกในท้องของเธอปลอดภัยในโลกปกติ แต่เขาก็จะขอให้ออเฟอุสเขียนเขาตามไปทีหลัง เพราะเขายังห่วงชาวเมืองโอมบร้าอยู่ เมื่อเขาเรียกนางพรายขาวมาพวกนางก็นำเขากลับไปด้วยโดยที่ออเฟอุสไม่ได้ถามอะไรนางสักคำ แต่ในความเป็นจริงแล้วออเฟอุสตั้งใจให้พวกนางนำโมไป ฟาริดเสียใจมากที่ช่วยคนผิด เขาเลิกติดตามออเฟอุส แต่เม็กกี้ก็โกรธเขามากจนไม่พูดกับเขาอีก แต่โมก็กลับมาได้แถมยังพานิ้วฝุ่นกลับมาอีกด้วย เพราะเขาได้สัญญากับเจ้ามฤตยูไว้ว่าจะนำตัวเศียรอสรพิษมาคืนให้ โดยเขียนคำ 3 คำลงไปในหนังสือ หากเขาทำไม่ได้เจ้ามฤตยูจะเอาตัวเม็กกี้และเขาไปแทน ชดเชยความผิดที่โมทำหนังสือไร้ข้อความให้เศียรอสรพิษเป็นอมตะ

       ในขณะเดียวกันเศียรอสรพิษที่เป็นอมตะ ก็กำลังต้องการตัวโมเช่นกัน เนื่องจากหนังสือไร้ข้อความกำลังบวมอืดจากกระดาษที่เปียกชื้น ทำให้ตัวเขาไม่สบาย เนื้อตัวเน่าเหม็น แต่ไม่ตาย ต้องการให้โมมาเข้าเล่มหนังสือเล่มใหม่ให้ โมยอมเข้าไปติดกับของนกหวีด เพื่อช่วยเด็ก ๆ ที่จะถูกจับตัวไปทำเหมืองเงิน และเพื่อหาโอกาสฆ่าเศียรอสรพิษ เขาได้รับการช่วยเหลือจากท่านหญิงน่าเกลียดบุตรสาวของเศียรอสรพิษที่เกลียดชังพ่อชั่วร้ายของตน
เป็นตอนที่อ่านสนุก เนื่องจากเนื้อเรื่องไม่ได้มีเฟโนกลิโอเท่านั้นที่จะเขียนให้เรื่องเป็นไปตามที่ต้องการได้เพียงคนเดียว แต่มีออเฟอุสอีกคนซึ่งไปเข้าข้างเศียรอสรพิษ สามารถแต่งเรื่องให้ไปในทางเลวร้ายได้ ทำให้ผู้อ่านต้องเอาใจช่วยฝ่ายโมว่าจะมีตอนจบอย่างไร ซึ่งในที่สุดตัวละครที่ไม่มีใครมองหรือสนใจก็ทำให้เรื่องจบลงด้วยดีได้ นั่นคือยาโคโปลูกชายของวิโอลันเต้กับเจ้าชายโคสิโม สามารถนำหนังสือไร้ข้อความมาให้โมเขียนคำ 3 คำลงไปได้ คำ 3 คำนั้นคือ หัวใจ มนตรา และมฤตยู ทำให้เศียรอสรพิษตายไปได้ การกำหนดให้เด็กน้อยเป็นผู้ช่วยนั้น นับว่ายอดเยี่ยม เพราะผู้ใหญ่มักไม่ค่อยได้ทันระวังเด็ก ๆ และเด็กมักเห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น ยาโคโปจึงรู้ที่ซ่อนหนังสือไร้ข้อความ ขณะที่นิ้วฝุ่นตามหาแทบตาย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างแม่ลูกที่แม้ไม่ค่อยจะแสดงความรักให้แก่กัน แต่เมื่อลูกเห็นแม่ถูกทำร้ายโดยตา ลูกก็รู้สึกเจ็บปวดแทน และต้องการช่วยแม่ทันที
ในระหว่างเรื่องผู้อ่านจะรู้ว่าเม็กกี้จะไม่ได้แต่งงานกับฟาริด แต่เป็นโดเรีย ซึ่งจะเป็นผู้มีชื่อเสียงในอนาคต สร้างสิ่งประดิษฐ์มากมาย ส่วนในตอนท้ายโมมีลูกชาย และทุกคนก็ยังอยู่ที่โอมบร้า ไม่ได้กลับโลกปกติ แต่ผู้แต่งก็ทิ้งท้ายว่าลูกชายของโมอาจจะได้กลับมาสู่โลกปกติสักวันหนึ่ง

        อ่านจบลงแล้วให้ความรู้สึกเต็มอิ่ม เป็นเรื่องหนึ่งที่ชอบมาก ทั้งพล็อตและเนื้อเรื่อง สลับซับซ้อนยิ่งกว่าในสองเล่มแรก

คอเนเลีย ฟุงเค่อ กล่าวกับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ว่า

"ฉันคิดว่าเด็กๆ ควรเริ่มอ่าน หัวใจน้ำหมึก เมื่อเขาอายุประมาณ 8 ขวบ อ่านมนตร์น้ำหมึก ตอน 11 ขวบ จนอายุ 13 ถึงอ่าน มฤตยูน้ำหมึก"
และเห็นด้วยกับคำยกย่องว่า คอเนเลีย ฟุงเค่อเป็น เจ.เค.โรว์ลิ่ง แห่งเยอรมัน

สำหรับเกียรติประวัติของเธอ คือ เธอได้รางวัล BAMBI Award ซึ่งเป็นรางวัลที่ใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งในเยอรมนี ที่ยิ่งใหญ่เทียบได้กับรางวัล Bafta หรือ รางวัล Grammy และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ the Bundesverdienstkreuz ซึ่งเป็นเครื่องราชย์ชั้นสูงสุดของประเทศเยอรมนี

























































































วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

มนตร์น้ำหมึก



ฟุงเค่อ, คอร์เนอเลีย. มนตร์น้ำหมึก = Inkspell. แปลโดย วัชรวิชญ์. กรุงเทพฯ : Nanmee Teen Book, 2549. 644 หน้า. ราคา 395 บาท.

         เป็นเล่มที่ 2 ในผลงานไตรภาคเกี่ยวกับการผจญภัยของแม็กกี้ ในเรื่องแรกคือหัวใจน้ำหมึก เป็นเรื่องที่อ่านเอาตัวละครจากหนังสือออกมาอยู่ในโลกปัจจุบัน โดยมีคาปริคอร์นซึ่งเป็นนักวางเพลิงในหนังสือเป็นตัวร้ายของเรื่อง และถูกกำจัดโดยโม พ่อของแม็กกี้ ที่อ่านเอาเงาออกมาฆ่า ส่วนในตอนนี้เป็นเรื่องที่นิ้วฝุ่นตามหาคน ๆ หนึ่งที่ชื่อออร์เฟอุสมาอ่านให้ตัวเองได้กลับไปยังโลกในหนังสือ และขณะเดียวกัน แม็กกี้ก็สามารถอ่านตัวเองเข้าไปในหนังสือได้ด้วย เรื่องทั้งหมดจึงเป็นการเสนอเรื่องเกี่ยวกับโลกที่เฟโนกลิโอแต่ง
         แม็กกี้ได้อ่านหนังสือมีความรู้สึกชวนฝัน อยากไปสัมผัส อยากไปเห็นเหล่าภูต ปราสาท นักแสดงเร่ ป่าไร้หนทาง แต่เมื่อได้ไปสัมผัสจริงกลับรับรู้ว่าเป็นสังคมที่โหดร้าย และเมื่อมอร์โทลาและบาสต้าบังคับพ่อแม่ของเธอให้ถูกอ่านเข้ามาด้วยเพื่อการแก้แค้น ชีวิตทั้งหมดก็ดูอันตรายมากยิ่งขึ้น
         เนื้อหาในเล่มนี้เข้มข้น สนุกสนานมากกว่าเล่มแรก เพราะมีเรื่องราวจินตนาการอยู่มากมาย ผู้อ่านจะรู้สึกตื่นเต้นกับตัวละครเหนือจริง และมีครบทุกอารมณ์ทั้งอารมณ์เศร้า ลึกลับ ตื่นเต้น และเมื่ออ่านไปจะไม่สามารถคาดเดาเนื้อเรื่องได้เลย ต้องติดตามไปอย่างจดจ่อ ตอนใกล้จบของเรื่องนี้ให้นิ้วฝุ่นเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อให้ฟาริดได้ฟื้นคืนชีพ  ทำให้ฟาริดต้องขอร้องให้แม็กกี้อ่านออร์เฟอุสเข้ามาเพื่อมาแต่งเรื่องให้นิ้วฝุ่นฟื้นคืน แต่ออร์เฟอุสเป็นคนนิสัยไม่ดี บังคับให้ฟาริดเป็นคนรับใช้ และฟาริดก็ต้องจำยอม ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้เป็นอย่างไรก็ต้องติดตามอ่านเล่มที่ 3 คือน้ำหมึกมฤตยู

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หัวใจน้ำหมึก




หัวใจน้ำหมึก = Inkheart โดย ฟุนเคอ, คอร์เนเลีย. แปลโดย วัชรวิชญ์.  พิมพ์ครั้งทึ่ 13. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์ทีน, 2552. 503 หน้า. 295 บาท

แปลจากต้นฉบับภาษาเยอรมันเรื่อง Tintenherz

เป็นหนังสือที่มีจินตนาการบรรเจิด ตัวเอกของเรื่องเป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบชื่อ เม็กกี้ เป็นเด็กที่รักการอ่านหนังสือ เพราะหนังสือจะพาไปสู่ดินแดนแห่งการผจญภัย แต่พ่อของเธอซึ่งเป็นนักซ่อมหนังสือที่มีสภาพเก่า ชำรุด ให้กลับมาสวยงาม และรักหนังสือด้วยเช่นกัน ไม่เคยอ่านหนังสือให้ลูกสาวฟัง เนื่องจากมีความหลังอันแสนเจ็บปวดเกี่ยวกับการอ่านออกเสียง เมื่อครั้งอ่านหนังสือเรื่องหัวใจน้ำหมึกให้ภรรยาฟัง และต้องสูญเสียเธอไป และกลับพาตัวร้ายของเรื่องนี้ที่ชื่อ คาปริคอร์น และลูกน้องออกมาอีกหลายคน ทำให้เหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นมากมาย และตามล่าตัวพ่อของเม็กกี้ เพราะเขาเก็บหนังสือเล่มนี้ไว้แต่คาปริคอร์นอยากทำลายทิ้งให้หมด เนื่องจากเขาไม่อยากกลับไปในเทพนิยายเรื่องนี้อีก ทำให้ 2 คนพ่อลูกต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปในที่ต่าง ๆ
การดำเนินเรื่องน่าตื่นเต้นและเร้าใจ ผู้อ่านจะลุ้นตลอดว่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างไร และเมื่อคาปริคอร์นเผาหนังสือเรื่องนี้เล่มสุดท้ายไปได้ ก็ทำให้คิดว่าเรื่องจะไปจบอย่างไร แม่ของเม็กกี้จะกลับมาได้หรือไม่ และเรื่องก็หักเหไปอีกมุมคือให้ 2 คนพ่อลูกนี้ไปหาผู้แต่งหนังสือเรื่องนี้ ที่ยังมีชีวิตอยู่
เมื่อพบนักเขียนที่เป็นชายสูงวัยที่ชอบเล่านิทานให้หลาน ๆ ของตนฟัง เหมือนไม่ค่อยมีความหวังว่าจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร แต่ก็มีการวางแผนว่าจะทำอย่างไร โดยวางความคิดว่านักเขียนเป็นคนสร้างตัวละครขึ้นได้ก็สามารถทำลายตัวละครได้ แต่ผู้อ่านก็ต้องลุ้นว่าจะทำได้อย่างไร ซึ่งในช่วงนี้เรื่องก็ให้เม็กกี้สามารถอ่านให้ตัวละครออกมาจากหนังสือได้เหมือนพ่อ และในตอนจบก็ให้เม็กกี้อ่านออกเสียงบทที่เขียนขึ้นใหม่ ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ได้อย่างลุ้นระทึกและประหลาดใจ
ในตอนแรกเมื่อเห็นคำว่า หัวใจน้ำหมึก จะนึกว่าเป็นหัวใจของหนังสือที่มีชีวิต แต่เมื่อพบนักเขียนเรื่องนี้จะเฉลยว่า เป็นหัวใจที่ดำ ไม่มีเมตตา ซึ่งหมายถึง คาปริคอร์น ตัวร้ายของเรื่อง
คอร์เนเลีย ฟุนเคอ ได้รับการยกย่องว่าเป็น เจ. เค.โรว์ลิ่ง แห่งเยอรมัน เพราะเธอสามารถจินตนาการให้ตัวละครในเทพนิยาย เช่น ภูติ ก็อบลิน มนุษย์แก้ว คนแคระ เป็นต้น มาอยู่ร่วมในสังคมสมัยใหม่ได้ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วมีความสุข และให้จินตนาการแก่ผู้อ่านได้เหมือนที่ แฮร์รี่ พอร์ตเตอร์ทำมาแล้ว
"หนังสือรักทุกคนที่เปิดมันออก ให้ความคุ้มครองและให้มิตรภาพโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดตอบแทน ไม่เคยหนีหน้าหายไป แม้เมื่อคนไม่เห็นค่าของมัน" หน้า 405
ภาพนักเขียนคอร์เนเลีย ฟุงเคอ