วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2562


ซ้อนกลโจรกรรม (The heist). ซิลวา, แดเนียล. แปลโดย ขจรจันทร์. กรุงเทพฯ : ไครม์แอนด์มิสทรี, 2560. 463 หน้า. ราคา 385 บาท

อดีตสายลับและนักการทูตอังกฤษชื่อแบรดชอว์ถูกสังหารที่บ้านพักในทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี  และอิเชอร์วูดซึ่งเป็นเพื่อนของอัลลอนไปพบศพเข้า ทำให้อิเชอร์วูดเป็นผู้ต้องสงสัย จนทำให้กาเบรียลต้องออกมาช่วยเพื่อน ด้วยการติดตามงานศิลปะ Caravaggio ที่ถูกขโมยไปนานหลายสิบปีเป็นการแลกเปลี่ยน กาเบียลได้ขโมยงานของแวนโกะ เพื่อมาหลอกล่อผู้ซื้อ และใช้องค์การของอิสราเอลมาช่วยในงานนี้  กาเบียลค้นพบว่าศิลปะที่ถูกขโมยมาเป็นไปเพื่อการซ่อนเงินให้กับ Bashar al-Assad เผด็จการแห่งซีเรีย โดยดำเนินงานผ่านธนาคารเอกชนในเมืองลินซ์ ประเทศออสเตรีย ทำให้กาเบรียลต้องแสวงหาความช่วยเหลือจากชาวซีเรียสัญชาติเยอรมันคนหนึ่งที่ทำงานในธนาคารแห่งนั้น และในที่สุดก็สืบพบว่าภาพของ Caravaggio อยู่ที่ใด


การดำเนินเรื่องเป็นไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ และให้รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับการติดต่อทางศิลปะที่ถูกขโมย และการฟอกเงินของผู้ปกครองเผด็จการ นอกจากนั้นยังมีความรู้ทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ให้ความรู้เกี่ยวกับภาพวาดและศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกด้วย




สายลับอังกฤษ (Th English spy). ซิลวา, แดเนียล. แปลโดย ขจรจันทร์. กรุงเทพฯ : ไครม์แอนด์มิสทรี, 2560. 485 หน้า. ราคา 395 บาท.
                     
เรื่องที่ออกเป็นมาต่อจาก The heist "ซ้อนกลโจรกรรม".
ในเรื่องนี้เริ่มต้นจาก
เจ้าหญิงอดีตภรรยาของมกุฎราชกุมารอังกฤษผู้เป็นที่รักของคนทั่วโลกสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุสยองกลางทะเลหน่วยสืบราชการลับอังกฤษพบว่าเหตุการณ์นั้นอาจไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่คิด และมีผู้ต้องสงสัยคือ เอมอน ควินน์ อดีตมือวางระเบิดหมายเลขหนึ่งของไออาร์เอ ชื่อนี้ทำให้เกเบรียล อัลลอน ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเกเบรียลรู้จักกับคริส เคลเลอร์ อดีตสายลับ SAS และมีความแค้นกับเอมอน ควินน์ ทั้งสองร่วมกันสืบจนได้พบความจริงว่าการลอบสังหารเจ้าหญิงเป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น แต่เบื้องหลังคือหน่วยสืบราชการลับของรัสเซียได้ว่าจ้างเอมอน ควินน์ ให้ฆ่าเกเบรียล เพื่อแก้แค้นที่เกเบรียลได้ทำลายแผนการแบล็กเมล์นายกรัฐมนตรีอังกฤษเพื่อให้ได้สัมปทานน้ำมันในทะเลเหนือของอังกฤษ (อยู่ในเล่มชื่อ The English Girl (ลูบคมราชสีห์) ขณะที่ติดตามไล่ล่า เอมอน ควินน์ ทั้งเกเบรียลและคริส กลับถูกเอมอนวางแผนซ้อนเข้าไปอีก จนเกิดระเบิดสังหารที่กรุงลอนดอนที่มีคนตายจำนวนมาก จนในที่สุดทั้งเกเบรียลและคริส ต้องเข้าไปถึงไอร์แลนด์เหนือถิ่นของเอมอน มีการสู้รบกับนักรบเก่าของไออาร์เออย่างดุเดือด แต่แล้ว
เอมอนก็หนีรอดไปได้ 

หนังสือตอนนี้อ่านได้สนุกเหมือนตอนอื่น ๆ ทั้งการวางแผน แผนซ้อนแผน การติดตามไล่ล่า การยิงต่อสู้อย่างดุเดือด และการวางระเบิดที่น่ากลัว เพราะตัวนำในตอนนี้คือเอมอน ควินน์ นักวางระเบิดที่แม่นยำของไออาร์เอ ซึ่งในตอนท้าย ๆ ผู้อ่านจะทราบว่า เอมอน ได้วางระเบิดรถยนตร์ของเกเบรียลที่เวียนนาด้วย ซึ่งทำให้ลูกชายของเขาตายด้วย นอกจากนี้จะได้รู้จักคริสโตเฟอร์ เคลเลอร์ ที่เป็นนักฆ่าในตอนอื่น แต่มาทำงานร่วมกับเกเบรียลในตอนนี้ได้มากขึ้น




วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เกาะปีศาจฆาตกรรม. เอะโดะงะวะ รัมโปะ, เขียน. ฉวีวงศ์ อัศวเสนา, แปล. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : เจคลาส, 2560. 304 หน้า. ราคา 265 บาท.



    หนังสือเรื่องนี้ใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านตัวเอกของเรื่องที่ชื่อชายหนุ่มชื่อมิโนะอุระ คินโนะซุเกะ ชายผู้มีผมขาวโพลนทั้งหัวทั้ง ๆ ที่ยังหนุ่มแน่น ที่ได้พบเจอเหตุฆาตกรรมโดยเริ่มจากหญิงสาวคนรักถูกฆาตกรรมในห้องปิดตาย และเมื่อไปติดต่อรุ่นพี่ที่เป็นนักสืบมือสมัครเล่นให้มาช่วยสืบคดี รุ่นพี่คนนั้นก็ถูกฆ่าตายกลางชายหาดท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับไม่มีใครเห็นตัวฆาตกร ความสูญเสียทั้งคนรักและเพื่อนทำให้มิโนะอุระพยายามประติดประต่อเรื่อง แล้วรู้สึกว่าผู้ต้องสงสัยมีคนเดียวคือ โมะโระโตะ มิชิโอะ ชายที่ตกหลุมรักตนเองอยู่ แต่เมื่อไปหาโมะโระโตะ กลับพบว่าเรื่องราวมีความซับซ้อนกว่าที่เขาคิด
ภาพผู้เขียน -เอะโดะงะวะ รัมโปะ
   โมะโระโตะได้บอกเรื่องการฆาตกรรมทั้งหมดว่าอาจเป็นฝีมือของพ่อผู้พิการของเขาเอง ทำให้มิโนะอุระต้องร่วมทีมสืบหาความจริงกับโมะโระโตะ และเดินทางไปสู่เกาะลึกลับที่บิดาของเขาอาศัยอยู่ และเมื่อไปถึงเกาะต้องพบความจริงอันน่ากลัวว่า เหตุฆาตกรรมทั้งหมดเกิดมาจากลายแทงสมบัติในเกาะนั้นนั่นเอง
   เป็นนิยายสืบสวนที่อ่านสนุก แม้เหตุฆาตกรรมจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ถ้าเทียบกับหนังสือชุดคินดะอิจิ (คินดะอิจิ โคะสุเกะ) ที่มีเรื่องราวซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่า แต่เนื่อหาโดยรวมจะมุ่งที่การเล่าเรื่องที่เป็นอารมณ์และจิตใจ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย ซึ่งผู้เขียนเขียนได้ดี ด้วยภาษาที่สวยงาม ซึ่งนิยายเรื่องนี้เขียนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเด็นชายรักชายยังไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคมยุคนั้น ก็จัดว่าผู้เขียนมีความกล้าหาญในการนำเสนอเรื่องแบบนี้
“ก่อนที่มิชิโอะจะสิ้นใจ เขาไม่เรียกทั้งชื่อพ่อและชื่อแม่ ได้แต่กอดจดหมายของคุณไว้แน่น และเรียกชื่อคุณคนเดียวจนวาระสุดท้าย”