แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาเลสไตน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปาเลสไตน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทวงแค้น


ซิลวา, แดเนียล. ทวงแค้น =  Prince of fire.  ไพบูลย์ สุทธิ, แปล.  กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์ไครม์แอนด์มิสทรี, 2551.  312 หน้า.   ราคา  235  บาท 
เมื่อเหตุการณ์ระเบิดสถานทูตอิสราเอลในโรม และจากการสืบสวนขององค์กร ทำให้รู้ว่าใครคนหนึ่งกำลังส่งข้อความว่าเหตุการณ์ร้ายแรงยังมีต่อ และน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเขากับเกเบรียล อัลลอน เกเบรียลจึงถูกเรียกตัวกลับมาทำงานเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการในครั้งนี้
จากการสืบสวนก็สามารถเชื่อมโยงว่าเป็นการแก้แค้นที่สามารถสืบเนื่องไปถึงเหตุการณ์ตั้งแต่อิสราเอลตั้งประเทศใหม่ ๆ และมีการต่อต้านจากชาวปาเลสไตน์ โดยมีอะซัด อัล-คอลีฟะเป็นผู้นำ แต่แล้ว อารี  แชมรอน ก็ถูกสังให้ไปฆ่าอะซัด จนเหตุการณ์ที่ท้าทายอิสราเอลก็ยุติลง แต่เมื่อลูกชายของอะซัดที่ชื่อซอบรี อัล-คอลีฟะโตก็เข้าเป็นพวกของยัสเซอร์ อาราฟัต จัดตั้งกลุ่มก่อการร้ายขึ้น และก่อเหตุร้ายต่าง ๆ จนกระทั่งบุกเข้าไปในหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิคที่มิวนิค และฆ่านักกีฬาอิสราเอลตาย 11 คน จนผู้คนเรียกว่ากลุ่มกันยาทมิฬ  ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้อิสราเอลต้องตั้งกลุ่มปฏิบัติการพระเจ้าพิโรธขึ้นโดยมีเกเบรียลเป็นหัวหน้าหน่วย เพื่อตามล่ากลุ่มกันยาทมิฬ แต่ในที่สุดเกเบรียลก็สามารถฆ่าหัวหน้ากลุ่มได้ที่ปารีส ขณะเดียวกันลูกชายของหัวหน้ากันยาทมิฬก็ถูกอาราฟัตเอาไปเลี้ยง โดยไม่ให้ใครรู้จักชื่อและหน้าตา
เมื่อเกเบรียลกำลังตามล่าลูกชายของซอบรีอยู่ ก็ถูกซ้อนแผนกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเอง โดยตัวการจับลีอาห์ภรรยาเกเบรียลมาล่อให้เกเบรียลเข้าไปติดกับที่สถานีรถไฟฟ้าที่ปารีส ซึ่งจัดเตรียมผู้พกระเบิดพลีชีพไว้ 3 คนแล้ว สุดท้ายเกเบรียลจัดการกับผู้พกระเบิดได้ 2 คน ระเบิดจึงระเบิดเพียงลูกเดียว ทำให้ผู้คนตายไม่มาก และช่วยลีอาห์ไว้ได้  
ในตอนท้ายของเรื่อง เกเบรียลก็ตามล่าคอลีด อัล-คอลีฟะพบ คอลีดมีอีกชื่อหนึ่งว่าปอล มาร์ตีโนที่อาราฟัตนำไปให้เศรษฐีชาวปาเลสไตน์ในฝรั่งเศสเป็นผู้เลี้ยงดู ได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี เป็นดอกเตอร์ทางด้านโบราณคดี การระเบิดในที่ต่าง ๆ ถูกวางแผนโดยเขาที่ปกปิดตัวเอง และสั่งการผ่านตัวแทน ทำให้คอลีดไว้ใจว่าไม่มีใครรู้จักเขา เมื่อเกเบรียลพบเขาในฐานะนักโบราณคดีที่ไม่ระมัดระวังตัว จึงเข้าถึงตัวได้และถูกฆ่าในที่สุด
         ตอนนี้เนื้อเรื่องค่อนข้างซับซ้อน แต่ละฝ่ายมีการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างกัน วางแผนซ้อนแผนกัน เนื้อเรื่องตื่นเต้นเร้าใจ ดำเนินเรื่องได้เร็ว มีที่มาที่ไปชัดเจน และยังให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของชาติอาหรับและอิสราเอล ที่ไม่สามารถโทษว่าใครถูกใครผิดได้ อีกทั้งยังนำเหตุการณ์จริงมาใส่ในเรื่อง เช่น การฆ่านักกีฬาอิสราเอล 11 คน โดยสร้างตัวละครขึ้น จนผู้อ่านรู้สึกว่าได้รับรู้เบื้องหลังของเหตุการณ์อย่างสมจริง หรือเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายที่พกระเบิดเพื่อพลีชีพว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร เป็นต้น ทำให้อ่านได้สนุกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เนื้อหาบางตอนในเรื่องนี้ยังให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องที่ภรรยาและลูกของเกเบรียลถูกลอบวางระเบิด ว่ายัสเซอร์ อาราฟัตเป็นผู้สั่งการให้ทาริก อัล-ฮูรานี เป็นคนทำ (อยู่ในตอนล้างหนี้เลือด)

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ล้างหนี้เลือด


ซิลวา, แดเนียล.  ล้างหนี้เลือด  =  The kill artist.  ไพบูลย์ สุทธิ, แปล.  กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์ไครม์แอนด์มิสทรี, 2551.   380 หน้า.   ราคา 258 บาท

เป็นปฐมบทของชุดนวนิยายสายลับเกเบรียล อัลลอน ผู้อ่านจะได้ทราบปูมหลังอันเจ็บปวดของเกเบรียล อัลลอน ที่ต้องสูญเสียลูกชาย และภรรยาของเขาบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดรถยนตร์ที่กรุงเวียนนา และเมื่อรักษาบาดแผลทางกายหาย แต่ต้องเป็นคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชตลอดไป จนเขาต้องลาออกจากการเป็นสายลับ แต่เมื่อเกิดเหตุสังหารเอกอัครราชทูตอิสราเอล ในกรุงปารีส โดยผู้ที่ก่อเหตุคือทาริก อัล-ฮูรานี ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เล่นงานภรรยาและลูกชายของเขา เกเบรียลจึงหวนกลับมาปฏิบัติการอีกครั้ง เพื่อชำระบัญชีเลือด!
จากการสืบสวนในตอนแรก ๆ มุ่งไปว่าทาริก อัล-ฮูรานี วางแผนฆ่านายกรัฐมนตรีอิสราเอลที่จะลงนามสันติภาพกับยัสเซอร์ อาราฟัต ที่องค์การสหประชาชาติ ทำให้องค์กรต้องวางแผนคุ้มครอง แต่แล้วในที่สุดจึงรู้ว่าทาริกวางแผนฆ่าอาราฟัตต่างหาก สำหรับต้วทาริกเองต้องการฆ่าทั้งอาราฟัตที่ทรยศ ยอมเจรจากับอิสราเอล และเกเบรียบ อัลลอนที่ฆ่าพี่ชายของตน โดยยอมเสี่ยงตายเพราะรู้ตัวว่ากำลังจะตายด้วยโรคมะเร็ง
ในเรื่องนี้มีการนำเสนอประเด็นความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์ และอิสราเอล บรรยายถึงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกิดกับทั้งคู่จากสองมุมมองที่ต่างกัน พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์วางระเบิดภรรยาและลูกชองอัลลอน ขณะเดียวกันก็ให้ทราบถึงประวัตครอบครัวของทาริกด้วยเพื่อให้เห็นภาพและแรงจูงใจที่เคลื่อนไหวของแต่ละตัวละครว่าจะส่งผลต่อไปอย่างไร
เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องยังคงกระชับ และสนุกเหมือนเดิม การตามล่าตัวทาริกในประเทศต่าง ๆ เช่น แคนนาดา เนเธอร์แลนด์ อเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส มีความสมจริง ทำให้น่าตื่นเต้นขึ้นอีก ส่วนฉากแอคชั่นก็มีความโหดมากขึ้น  ส่วนตอนจบก็มีการหักมุมที่ทำให้คนอ่านรู้สึก ทึ่งได้  จากการที่อารี แชมรอน สร้างสายลับเด็ก และส่งเข้าไปคลุกคลีกับชาวปาเลสไตน์  จนกระทั่งเด็กคนนั้นโตเป็นหนุ่ม ก็เข้าไปอยู่ในองค์การก่อการร้ายของทาริก ซึ่งในเรื่องผู้อ่านจะคิดว่าเป็นผู้ร้ายตลอดเรื่อง เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นจริง ๆ หรือ