วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ ตอนที่ 1-3



















คามินากะ, มานาบุ. ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ. ตอนที่ 1-3. แปลจาก Shinrei Tantei-Yakumo
โดย นภสิริ เวชศาสตร์. กรุงเทพฯ : J BOOK, 2551.

        ไซโต ยาคุโมะ เกิดมาพร้อมดวงตาข้างซ้ายสีแดงเพลิง ทำให้เขาสามารถมองเห็นวิญญาณได้ ทำให้เขาเป็นที่หวาดกลัวของคนรอบข้าง รวมทั้งแม่แท้ๆ ที่คิดฆ่าเขาและทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก บาดแผลในใจนี้ทำให้ยาคุโมะมีอคติกับคนอื่น ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ทั้งคนทั้งผี

ตอนที่ 1  นัยน์ตาสีเพลิง

         เปิดตัวด้วยบทนำสั้นๆ เล่าเรื่องราวตอนที่ยาคุโมะเพิ่งเกิดในโรงพยาบาล ตามมาด้วยคดีอีก 3 คดี
      แฟ้มคดีที่ 1 ห้องปิดตาย มิกิ ยูอิจิ และคาซุฮิโกะ แอบเข้าไปสำรวจอาคารร้างของมหาวิทยาลัยในตอนกลางคืน และได้พบกับ "บางสิ่ง" ในห้องปิดตายในอาคารหลังนั้นจนพากันสติแตกไป ฮารุกะ เพื่อนสนิทของมิกิ จึงไปขอความช่วยเหลือจากยาคุโมะตามคำแนะนำของรุ่นพี่ ทั้งสองคนได้ทำความรู้จักและคุ้นเคยแบบมีปากเสียงกันพอสมควร และช่วยกันไขความลับของห้องปิดตายจนความจริงกระจ่าง
      แฟ้มคดีที่ 2 อุโมงค์ปริศนา ฮารุกะนั่งรถของทัตซึยะ หนุ่มเพลย์บอยที่ตามมาจีบเธอ เพื่อกลับบ้าน ระหว่างทางก็ลอดเข้าไปในอุโมงค์แห่งหนึ่ง พอเกือบจะถึงทางออกก็มีบางสิ่งวิ่งตัดหน้ารถไป ทัตซึยะเชื่อว่าตัวเองขับรถชนเด็กเข้า ฮารุกะลงมาดูก็ไม่พบอะไร แต่พอมองไปที่ปากอุโมงค์ก็เห็นร่างชโลมเลือดของผู้หญิงคนหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัส สักพักร่างนั้นก็อันตรธานไปอย่างรวดเร็ว ฮารุกะเอาเรื่องที่พบไปเล่าให้ยาคุโมะฟัง และได้รับรู้เรื่องราวของอุโมงค์อาถรรพณ์ที่ว่ากันว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นประจำ
     แฟ้มคดีที่ 3 เสียงเพรียกจากวิญญาณ กลางดึกคืนหนึ่ง ฮารุกะตื่นขึ้นมาเจอเพื่อนชื่อชิโอริกำลังร้องเตือนให้เธอหนีไป จากนั้นก็ลุกไหม้ไปต่อหน้าต่อตาแล้วหายไป ฮารุกะใจคอไม่ดีจึงติดต่อชิโอริทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากยาคุโมะ ทางด้านยาคุโมะก็กำลังรับปรึกษาคดีฆาตกรรมอำพรางให้นายตำรวจโกะโต ตำรวจสืบสวนที่รู้จักกัน ในที่สุด ทุกคนก็พบว่า คดีของโกะโตและเรื่องของชิโอริมีส่วนเชื่อมโยงถึงกัน

ตอนที่ 2 สายสัมพันธ์แห่งจิตวิญญาณ

        เป็นเรื่องยาวที่เกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องที่เหยื่อเป็นนักเรียนมัธยมต้น ในตอนนี้หมอที่ทำคลอดยาคุโมะ ได้กลับมาในตอนนี้และมีบทบาทสำคัญ เพราะลูกสาวของหมอได้ถูกฆ่าเป็นคนแรกด้วยฆาตกรโรคจิต ทำให้หมอพยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้ลูกสาวฟื้นคืนชีพมาใหม่ โดยหาร่างใหม่ให้ลูกสาว แต่
ปรากฎว่าเด็กสาวที่จะเป็นร่างใหม่นั้นกลับต้องจมน้ำตาย
        ซีรีส์ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณนี้ มีจุดแตกต่างจากนิยายลึกลับสืบสวนญี่ปุ่นเรื่องอื่นๆ คือทุกคดีในยาคุโมะจะมีภูตผี วิญญาณ และเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้องถึง 70-80 % และส่วนใหญ่ ยาคุโมะ จะแก้คดีได้เพราะสอบถามจากวิญญาณของคนที่ถูกฆาตกรรมมากกว่า
อย่างไรก็ดี ตัวละครมีชีวิตจิตใจ มีเสน่ห์ มีการผูกและคลายปมเป็นระยะๆ กระตุ้นให้คนอ่านอยากติดตามไปจนจบเรื่อง เหตุการณ์ในแต่ละตอนมีการเชื่อมโยงถึงกัน มีการอ้างอิงกลับไปกลับมาในบางครั้ง และในตอนจบก็มีการแง้มพรายถึงคน ๆ หนึ่งที่ตาเป็นสีแดงเพลิงทั้ง 2 ข้างที่น่าจะเป็นตัวร้ายหลักประจำเรื่อง

ตอนที่ 3 แสงสว่าง ณ ปลายทาง
         ตอนนี้เป็นเรื่องยาว เป็นการสืบสวนเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดตึก แต่วิญญาณไม่ยอมไปที่ใด ซ้ำยังต้องกระโดดตึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้รับความทุกข์ทรมาน นอกจากนั้นยังมีคนทรงเจ้าที่มีนัยตาสีแดงทั้ง 2 ข้าง มาปรากฎในเรื่องด้วย
         ตอนนี้มีการเดินเรื่องที่ค่อนข้างตื่นเต้น เร้าใจ มีความน่ากล้วแฝงอยู่เกือบตลอด ซึ่งผู้อ่านจะคิดว่าคงได้อ่านเรื่องผีอาฆาตล้วน ๆ แต่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องหักมุมได้อย่างไม่คาดคิด และออกมาเป็นเรื่องสืบสวน ปนแนวชีวิต เป็นเรื่องประทับใจสามารถทำให้ผู้อ่านน้ำตาซึมได้ อ่านได้สนุก การดำเนินเรื่องเร็ว    
         ยาคุโมะในตอนนี้ ค่อนข้างมีความอ่อนโยนมากขึ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาว นอกจากนี้ยังมีตัวละครอื่น ๆ จากตอนที่ 2 มามีบทบาทในตอนนี้ คือมาโกะโตะที่ในตอนที่ 2 ถูกวิญญาณเข้าสิงร่าง และยาคุโมะได้ช่วยไว้ ในตอนนี้ก็เป็นตัวละครสำคัญ ซ้ำยังมีความรู้สึกชอบตำรวจผู้ช่วยของโกะโตคือ อิชิอิ อีกด้วย แม้ว่าเรื่องจะมีบรรยากาศน่ากล้ว แต่ก็มีฉากน่ารัก ๆ สอดแทรกอยู่ ทำให้รู้ว่าหนังสือชุดนี้จึงเป็นที่ถูกใจวัยรุ่น

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ตำรวจหน่วยสืบวิญญาณ

อามาโนะ, โชโกะ. ตำรวจหน่วยสืบวิญญาณ. เล่ม 1-3. แปลโดย หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว. กรุงเทพฯ : JBook, 2552-2553.




ตอนที่ 1, จับพลัดจับผี

ตอนที่ 2, วิญญาณ (ใจ) หาย

ตอนที่ 3, แกะรอยลับฉบับแมวเหมียว

           เป็นเรื่องของตำรวจที่ชื่อคาชิวากิ ที่มีความสามารถเห็นวิญญาณได้ แต่เป็นวิญญาณคนที่ตายด้วยอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม อยู่ในหน่วยตำรวจพิเศษที่รวมคนที่มีความสามารถพิเศษอีก 3 คน คือสารวัตรคาโฮะ ที่มีความสามารถในการรับรู้ความจำของสิ่งของที่จับต้อง รองสารวัตรคาโอรุ ที่สามารถพูดกับสุนัขได้ และคนสุดท้ายที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-เบลเยียมที่ดูรูปถ่ายจะรู้ว่าคนในรูปตายหรือไม่ และตายด้วยเหตุอะไร ทั้ง 4 คนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้าที่อ่านไปแล้วแทบไม่ได้ทำอะไร นอกจากแต่งตัวดี ได้รับการโหวตว่าเป็นตำรวจมาดแมนมาหลายสิบปี
          หน่วยพิเศษนี้มีหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจหน่วยอื่น ๆ ที่ไม่สามารถจับคนร้ายได้ พระเอกของเรื่องจะมีหน้าที่สอบปากคำวิญญาณ จึงต้องทำงานในเวลาค่ำจนถึงรุ่งสาง มีโรคประจำตัวคือโรคกระเพาะอาหาร ต้องดื่มนมเป็นประจำเพื่อบรรเทาอาการปวด เนื่องจากเครียดจากเรื่องที่วิญญาณเล่า และสารรูปของวิญญาณที่น่ากลัว แต่ผู้เขียนกลับเขียนได้อย่างสนุกสนาน สามารถเรียกรอยยิ้มได้ตลอดเวลา

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คินดะอิจิ ตอนที่ 17 เกาะวิญญาณอาถรรพณ์


โยโคมิโซะ เซชิ. คินดะอิจิยอดนักสืบ. ตอนที่ 17, เกาะวิญญาณอาถรรพณ์. แปลโดย ชมนาด ศีติสาร. กรุงเทพฯ : JBook, 2552. พิมพ์ครั้งที่ 3. 2 เล่ม. 400 บาท.

        จากคำนำสำนักพิมพ์ "ผลงานเรื่องยาวชิ้นสุดท้ายของโยโคมิโซะ เซชิ ซึ่งลงมือเขียนขณะอายุปลายเจ็ดสิบ เชื่อแน่ว่าคุณผู้อ่านคงยอมรับได้ เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่า 'สุดท้าย' ไม่ว่าใครคงจินตนาการออกว่าปรมาจารย์ผู้นี้คงต้องไว้ลายให้นิยายเรื่องนี้กลายเป็นผลงานยิ่งใหญ่สมกระแสนิยมท่วมท้นที่ได้รับมาตลอด"

        ต้องยอมรับว่าอ่านแล้วสนุกอย่างที่สำนักพิมพ์คุยไว้

        เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เกาะโอซาคาเบะ ซึ่งคินดะอิจิถูกว่าจ้างจากมหาเศรษฐีให้สืบหาคนหายที่เกาะนี้ แต่ขณะเดียวกันคินดะอิจิได้แวะหาสารวัตรอิโซคาวะที่ดูแลรับผิดชอบอยู่แถวนี้ด้วย ทำให้ได้เข้าไปสู่เรื่องราวฆาตกรรมบนเกาะและปริศนาเกี่ยวกับผู้สูญหายหลายรายบนเกาะนี้ ซึ่งเกิดขึ้นมานานนับสิบ ๆ ปีแล้ว พร้อมกันนี้ในตอนนี้จะมีเรื่องราวชีวิตที่น่าเศร้าของสารวัตรอิโซคาวะ นายตำรวจที่เคยร่วมทำคดีกับคินดะอิจิมาหลายครั้งไว้ด้วย โดยให้เห็นภาพชีวิตครอบครัวของสารวัตรชัดขึ้นว่า ภรรยาของสารวัตรต้องตรอมใจตาย เนื่องจากพอคลอดลูก ก็ถูกหมอตำแยขโมยลูกไป ซึ่งเป็นช่วงระหว่างสงครามสังคมกำลังสับสนอย่างมาก แต่ในที่สุดสารวัตรก็ได้มาพบลูกตัวเองในเรื่องนี้ แต่ขณะเดียวกันก็ให้รู้สึกสงสารสารวัตรอีกว่าลูกชายที่พบกันจะเป็นฆาตกรหรือไม่ ถ้าใช่สารวัตรก็ช่างน่าสงสารจริง ๆ
        ในทุกเล่มที่อ่านผ่านมาจะรับรู้บรรยากาศของเรื่องคือ ประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีความวุ่นวาย และซากปรักหักพัง แต่เรื่องนี้บรรยากาศจะออกแนวปัจจุบันที่ญี่ปุ่นกำลังเจริญก้าวหน้า แต่ในที่สุดสาเหตุของเรื่องในตอนนี้มาจากสังคมญี่ปุ่นในช่วงสงครามที่สับสนนั่นเอง เพราะความสับสนทำให้ไม่สามารถสืบสวนอะไรได้มาก และคนต้องตาย ซัดเซพเนจร เอกสารหลักฐานก็สูญหายจากการทิ้งระเบิด และคนร้ายก็อาศัยความสับสนวุ่นวายนี้พรางตัวเองอยู่ได้เป็นเวลาหลายสิบปี กับภาพลักษณ์ของตนที่สวยงาม น่าทนุถนอมทำให้ไม่มีใครสงสัย
        ในเรื่องมีบรรยากาศเศร้า ๆ ว้าเหว่ของเกาะที่โดดเดี่ยว และจิตใจของมนุษย์ที่เห็นหน้าตาสะสวยแต่ใจดำอย่างกับอีกา ผู้อ่านจะได้อ่านเรื่องที่มีการหักมุมอยู่หลายตอน อ่านสนุก

ล่าสุสานอะเล็กซานเดอร์


สตีฟ เบอร์รี่. ล่าสุสานอะเล็กซานเดอร์. แปลจาก The venetian betrayal โดย โสภณา. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ : แพรวสำนักพิมพ์, 2551. 481 หน้า. 335 บาท.
          เป็นนวนิยายในชุดคอตตอน มาโลน โดยใช้ตำนานและเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของอะเล็กซานเดอร์มหาราชมาเป็นแกนเรื่อง สมมตตัวละครคือไอรินา โซวาสตินา ซึ่งสามารถรวบรวมประเทศเล็ก ๆ ที่แตกออกมาจากรัสเซีย จัดตั้งเป็นสหพันธรัฐเอเชียกลาง และดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีสูงสุดของสหพันธรัฐนั้น เป็นผู้หลงไหลในตำนานอะเล็กซานเดอร์
          เรื่องดำเนินไปอย่างรวดเร็วและต้องติดตามไปทุกฉาก เพราะก่อนจะจบฉากหนึ่ง ๆ จะมีเรื่องต้องลุ้น ผู้เขียนก็จะไปฉากอื่นก่อนแล้วค่อยมาบรรยายฉากนั้นต่อ ขณะเดียวกันฉากอื่นนั้นก็มีเรื่องให้ติดตามเช่นกัน เหมือนดูภาพยนตร์ที่ตัดไปตัดมาระหว่างเรื่องราวต่าง ๆ
            ในตอนนี้มีตัวละครที่เป็นฝ่ายดีอยู่หลายคนคือ คอตตอน มาโลน, คาสสิโอเปีย วิตต์, เฮนริก ธอร์วัลด์เซ่น และสเตฟานี เนลล์ รวมทีมเพื่อขัดขวางไอรินา โซวาสตินา ผู้มีแผนจะสร้างความยิ่งใหญ่จากสงครามเชื้อโรค แต่ขณะเดียวกันโซวาสตินาก็คลั่งไคล้ตำนานความยิ่งใหญ่ของอะเล็กซานเดอร์มหาราชด้วย กำลังตามล่าหาสมบัติปริศนาของพระองค์ ทำให้ทุกคนต้องเข้าไปพัวพันกับการตามล่าหา
สุสานของอะเล็กซานเดอร์ด้วยโดยไม่รู้ตัว
            อ่านสนุก ตื่นเต้นเร้าใจ และมีความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เช่น การทำเชื้อโรคเพื่อมาฆ่าผู้คนจำนวนมาก โรคเอดส์ที่แพร่อยู่ทั่วโลก มีหลายพันธุ์ที่แตกต่างกัน และมีแหล่งกำเนิดจากที่ใด หรือแม้แต่ก็ผลิตยาต้านไวรัสเอชไอวี มีมูลค่ามหาศาล กระบวรการผลิตยาออกสู่ตลาดต้องใช้เวลาเท่าไร เป็นต้น แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะค่อนข้าหนา แต่รับรองว่าอ่านสนุกจนวางไม่ลงแน่ จนกว่าจะรู้ตอนจบ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คินดะอิจิ ตอนที่ 19 งานเต้นรำสวมหน้ากาก



โยโคมิโซะ, เซซิ. คินดะอิจิยอดนักสืบ. ตอนที่ 19, งานเต้นรำสวมหน้ากาก.

รัตน์จิต ทองเปรม, แปล. กรุงเทพฯ : JBook, 2553. 387 หน้า. 300 บาท.


           เป็นตอนที่อ่านได้สนุกตอนหนึ่ง มีความซับซ้อน คาดเดาไม่ได้เลยว่าตัวฆาตกร
เป็นใคร จนถึงตอนท้าย ๆ เรื่อง ขณะอ่านไม่เห็นมูลเหตุจูงใจในการฆาตกรรม
แต่ผู้เขียนค่อย ๆ เล่าว่ามูลเหตุของเรื่องมาจากความเห็นแก่ตัวของคนที่เป็นผู้ดี
ตกยาก ที่ไม่สามารถละทิ้งลาภยศและหน้าตาของตนเองได้
           เรื่องมีตัวเอกคือชิโยโกะ นักแสดงชื่อดังและม่ายสาวพราวเสน่ห์ ผู้ที่แต่งงานและหย่าร้างถึง 4 ครั้ง และอดีตสามี 2 คนถูกฆาตกรรมในเมืองที่เธอมาพบคนรักรายล่าสุด ทำให้ตำรวจสงสัยในตัวเธอ ทำให้ชายคนรักรายล่าสุดว่าจ้างคินดะอิจิมาส
           ในเรื่องนี้ผู้อ่านจะได้ทราบเกี่ยวกับคนตาบอดสีด้วยว่าเป็นอย่างไร ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคตาบอดสีชนิดเห็นสีแดงเป็นสีเขียวราว 5% ส่วนผู้หญิงมีโอกาสเป็นเพียง .5% เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม คนเป็นโรคตาบอดสีผู้ชายจะถ่ายทอดยีนผ่านลูกสาวผู้เป็นพาหะแต่ไม่มีอาการของโรค ซึ่งเมื่อผู้หญิงที่เป็นพาหะนี้ไปแต่งงานกับผู้ชายตาบอดสีลูกสาวจะเป็นโรคตาบอดสี ความรู้เกี่ยวกับโรคตาบอดสีนี้ทำให้อ่านเรื่องนี้ได้สนุกเพราะมีความเกี่ยวข้องกับตัวฆาตกร และทำให้ทราบเหตุที่มาของการฆาตกรรม
                                         ลูกสาวของชิโยโกะชื่อมิสะ อายุ 16 ปี หน้าตาไร้เดียงสา และไม่แข็งแรง ถูกเลี้ยงดูโดยย่า ทำให้ชิโยโกะต้องส่งเงินมาให้ย่าเพื่อการเลี้ยงดูเป็นประจำ และเมื่อความลับถูกเปิดเผยว่ามิสะ เป็นโรคตาบอดสี ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากอดีตสามีทั้ง 4 คนของชิโยโกะ คิดว่าเธอไม่ซื่อสัตย์ ทำให้พวกเขาขอเลิกกับเธอ แต่ในที่สุดคินดะอิจิสืบทราบว่าเรื่องทั้งหมดมาจากย่าที่เลี้ยงดู เพราะกลัวว่าชิโยโกะจะไม่ยอมส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ ถ้าทราบว่ามิสะถูกระเบิดตายในสงคราม จึงไปขโมยเด็กกำพร้ามาแทนที่มิสะ ซึ่งเด็กที่ขโมยมามีความผิดปกติทางพันธุกรรม และการเลี้ยงดูที่ไม่ดีทำให้เป็นโรคจิตด้วย จึงเป็นเหตุของการฆาตกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คินดะอิจิ ตอนที่ 18 บันทึกมรณะ




โยโคมิโซะ, เซชิ. คินดะอิจิ ยอดนักสืบ ตอนที่ 18 บันทึกมรณะ. บุษบา บรรจงมณี, แปล. กรุงเทพฯ : JBook, 2553. 176 หน้า. 155 บาท.

           เป็นตอนที่คินดะอิจิถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรมที่ในตอนแรกคิดว่าเป็นคดีพิศวาสฆาตกรรม โดยมีศพหญิงสาวที่ถูกยัดในท้ายรถ และต่อมาได้มีอีกศพเป็นศพหนุ่มที่ถูกยัดศพไว้ท้ายรถอีกคัน ซึ่งจากการสอบสวนพบมามีความเชื่อมโยงกับเหตุฆาตกรรมซึ่งยังอึมครึมอยู่ โดยมี "บันทึกร้อยรอยปาก" เป็นต้นตอ
           ในที่สุดคินดะอิจิพบว่า บันทึกนั้นจะทำให้ดาราสาวที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งต้องเสียหาย เพราะเป็นหนึ่งใน "บันทึกร้อยรอยปาก" ตั้งแต่ดาราสาวคนนั้นเป็นดาราเด็ก ซึ่งในตอนแรกมีการฆ่าเจ้าของบันทึกที่ได้ขู่กรรโชกทรัพย์จากบรรดาหญิงสาว แต่ไม่ทราบว่ามีบันทีกนี้ ทำให้ชายหนุ่มที่เป็นคู่ขาของเจ้าของบันทึกนำบันทึกนี้มาขู่กรรโชกทรัพย์หญิงสาวต่ออีก ทำให้ดาราสาวที่กำลังมีชื่อเสียงต้องวางแผนฆาตกรรมขึ้นโดยพยายามสร้างหลักฐานว่าสามีของหญิงสาวที่เป็นศพเป็นคนฆ่าหญิงสาวและชายชู้ด้วยความหีงหวง

              เป็นตอนที่อ่านสนุกอีกตอน มีปมให้ติดตามและเมื่อเฉลยจะทำให้ผู้อ่านคาดไม่ถึงว่าฆาตกรเป็นดาราสาวร่วมมือกับพนักงานของบริษัทที่สามีหญิงสาวเป็นเจ้าของ เพราะเรื่องส่วนใหญ่มุ่งไปที่สามีว่าเป็นคนร้าย

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คินดะอิจิ ตอนที่ 16 ลูกศรเทพมรณะ



โยโคมิโซะ, เซซิ. ตอนที่ 16, ลูกศรเทพมรณะ. แปลโดย บุษบา บรรจงมณี. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : JBook, 2553. 174 หน้า. 150 บาท


         เป็นตอนที่คินดะอิจิได้รับเชิญมาเป็นสักขีพยานในงานพิธีเลือกคู่พิศดาร ซึ่งคนรู้จักจัดขึ้นเพื่อเลือกลูกเขยจากชายสามคน โดยให้แข่งขันกันยิงธนูให้ถูกเป้าที่ลอยกลางทะเล ซึ่งไม่น่าจะมีใครทำได้ แต่แล้วหนึ่งในสามคนนั้นทำได้ และเมื่อยกคณะกลับบาน 1 หนุ่มกลับถูกลูกธนูปักอกในห้องอาบน้ำที่ลงกลอนจากด้านใน หลังจากนั้น อีก 2 หนุ่มก็ถูกฆ่าต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่คินตะอิจิ
สงสัยไปที่คนหนึ่งในบ้านที่เขามาพัก แต่คนผู้นั้นกลับมีหลักฐานอ้างที่อยู่อย่างสมบูรณ์ เป็นตอนหนึ่งที่อ่านสนุก

         เนื้อหาไม่ได้ชวนตื่นเต้นเร้าใจเหมือนหลาย ๆ ตอน แต่มีแง่มุมและการวางเรื่องได้น่าสนใจ และตอนนี้เป็นตอนหนึ่งในไม่กี่ตอนที่ให้ฆาตกรได้รับความเห็นใจ และผู้ตายสมควรถูกฆ่า นอกจากนี้ ฆาตกรในตอนนี้ยังมีผู้ช่วยเหลือ ซึ่งจะปรากฎในตอนท้าย โดยที่ผู้อ่านคาดไม่ถึง

          ในตอนนี้ยังมีเรื่องสั้น ๆ อีกเรื่องคือ นายค้างคาวกับคุณนายทาก เป็นตอนที่แสดงภาพคินดะอิจิอย่างชัดเจน จากมุมมองของคนที่เห็นครั้งแรกแล้วไม่ชอบหน้า "อายุอานามราวสามสิบสามสามสิบสี่ คงมากกว่าผมสักหกหรือเจ็ดปี ผมเผ้ากระเซิงยุ่งเหยิงอยู่ตลอด หน้าตาไม่ค่อยฉลาด และน่าประหลาดว่ายุคนี้แล้ว หมอนั่นยังสวมกิโมโนเสมอ หนำซ้ำยังโทรมจนดูไม่ได้ เนื้อผ้ายับยู่ คอเสื้อเลอะเป็นคราบ แต่จะว่าไป ถ้าสวมโดยไม่เคยซักเลย ต่อให้กิโมโนเนื้อผ้าดีขนาดไหนก็คงยับยู่ยี่แบบนี้แหละ .... เพราะว่าเขารู้ตัวดีว่าร่างเล็กไร้สง่าราศี ต่อให้แต่งตัวเลิศหรูก็ไม่ดูดีขึ้นมาได้ ดูจากโหงวเฮ้งก็คิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้ร่ำรวย" ซึ่งไม่สามารถหาอ่านได้จากตอนอื่น